phetmedia

news reporter tv showrunner

ชาวบ้านร่ำไห้ นำนายอำเภอเมืองฯลงพื้นที่ชี้จุดสาธารณป่าโคกตาด

นายอำเภอเมืองลงพื้นที่ตรวจสอบเอกสารพร้อมลงพื้นที่สำรวจแนวเขตที่ดินป่าโคกตาดหลังจากชาวบ้านมีหลักฐานการออก น.ส.ล.คลาดเคลื่อนไม่อยู่ในกรอบพื้นที่สาธารณประโยชน์หมื่นไร่

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 25 ตุลาคม 2566 นายปกรณ์ ตั้งใจตรง นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ พร้อมเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่ บริเวณหน้าวัดป่าโคกตาด หมู่ที่ 10 ตำบลป่าเลา อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลเอกสารและลงพื้นที่ตรวจแนวเขตพื้นที่สาธารณประโยชน์ป่าโคกตาดหมื่นไร่ โดยมีนางนิตยา เมฆอรุณ นายฟื้น เกตุแฟง อดีตกำนันตำบลป่าเลา พร้อมด้วยตัวแทนชาวบ้านโคกตาด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่1 และชาวบ้านที่เคยใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์โคกตาดประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ มียุติธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ และสื่อมวลชนเข้าร่วมสังเกตการณ์ครั้งนี้ด้วย

จากกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ น.ส.ล.แปลงโคกตาดเลขที่ พช.159 ต.นางั่ว อ.เมืองฯ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผิดพลาดคลาดเคลื่อน โดยนำรังวัดออกนอกอาณาเขตที่สาธารณประโยชน์โคกตาด 10,000 ไร่เดิม และผิดไปจากทะเบียนที่ดินสาธารณประโยชน์ป่าโคกตาด ตามที่มหาดไทยประกาศเมื่อวันที่ 6 ส.ค.2469 กระทั่งมีชาวบ้านจำนวน 26 รายถูกดำเนินคดี และถูกศาลตัดสินให้ออกจากแปลงที่ดิน น.ส.ล.ดังกล่าว 


ต่อมาชาวบ้านได้ข้อมูลแผนที่กรมแผนที่ทหารที่ออกโดยนาวาอากาศโทหญิงงามเพ็ญ วงศ์วัฒนะ   นายทหารวิเคราะห์และพัฒนาระบบศูนย์ข้อมูล โดยตัวแทนชาวบ้านได้ชี้ให้เห็นถึงพิรุธโดยเฉพาะแนวเขตที่ดินสาธารณะประโยชน์ป่าโคกตาดดั้งเดิม เนื้อที่ 1 หมื่น ไร่ ที่มหาดไทยประกาศหวงห้ามให้เป็นที่เลี้ยงสัตว์สาธารณะเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2469 และ ขึ้นทะเบียน ที่ดินสาธารณประโยชน์ เมื่อ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2482 แต่หลังจากถูกออกเป็น น.ส.ล. ที่ พช.159 ซึ่งออกเมื่อ วันที่ 13 มีนาคม 2541 เนื้อที่ 1,977-2-08 ไร่ พบว่ามีความคลาดเคลื่อนไม่อยู่ในพิกัด ที่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์แปลง 1 หมื่นไร่เดิมแต่อย่างใด นอกจากนี้ผู้นำชี้ในครั้งนั้น ได้ระบุชื่อนายฟื้น เกตุแฟง ปัจจุบันอายุ 85 ปี อดีตกำนันตำบลป่าเลาก็ได้ออกมาปฏิเสธว่าตนไม่เคยไปนำรังวัดแต่อย่างใดและลายมือที่เซ็นก็ไม่ใช่เป็นลายมือของตนด้วย ซึ่งตนก็ได้ไปแจ้งความเป็นหลักฐานไว้แล้ว 

สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายปกรณ์ นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า “ จุดประสงค์ในการลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านในครั้งนี้ เกิดจากเหตุที่ชาวบ้านโดนฟ้อง แล้วหน่วยงานบางหน่วยงาน เค้าทำเรื่องขอเพิกถอนที่สาธารณประโยชน์แปลงนี้ อีกทั้งในอดีต ทางองค์กรณ์ปกครองส่วนท้องถิ่น กับ อำเภอ ได้ค้านไว้ ดังนั้นแนวเขตบางส่วนของที่สนามป่าโคกตาด จึงจำเป็นจะต้องสอบสวนแล้วก็ดำเนินการรังวัดใหม่ ในวันนี้จึงมาคุยกับชาวบ้านเพื่อชี้แนะ ในการที่เราจะดูถึง ความมีอยู่ของ “โคกตาด” จำเป็นจะต้องมีพยานบุคคล , พยานเอกสาร ที่จะยืนยันชี้ชัดว่า

ที่สาธารณโคกตาด ที่มีในทะเบียนว่ามี 1 หมื่นไร่ มีเนื้อที่เท่าไหร่ เพราะสมัยก่อนได้ทำการรังวัดที่สาธารณโคกตาด แปลงนี้น่าจะเกือบประมาณ 100 ปีมาแล้ว แล้วมันก็จะมีฝ่ายนึงที่จะออกมาค้านว่า “โคกตาด” ยังคงอยู่ที่เดิม เพราะฉะนั้น ชาวบ้านจะต้องเอาเอกสาร , พยานบุคคล หรือพยานหลักฐาน ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เพื่อดูว่าใครมีน้ำหนักมากกว่ากัน เพราะฉะนั้นการที่ผมมาลงพื้นที่เพื่อพบปะกับชาวบ้านในวันนี้ก็เพื่อ ทำให้ชาวบ้านเกิดความมั่นใจว่าราชการไม่ได้เป็นฝ่ายตรงข้ามกับชาวบ้าน

ทางราชการพร้อมที่จะช่วยเหลือชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน แล้วก็มาชี้แจงชาวบ้านว่าในการที่ จะออกมาเรียกร้อง ชาวบ้านควรที่จะมีหลักฐานทั้งเอกสาร ทั้งพยานบุคคล หรือ พยานที่เกี่ยวข้องมาด้วย เพื่อที่ว่า ที่สาธารณในโคกตาดจะได้ถูกต้องชัดเจน และเมื่อถูกต้องชัดเจนแล้ว ก็จะเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนต่อไป”

ภาพ/ข่าว จุ๊บแจง-Phetmedia 081-043-9518

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Bokep Jilbab Viral Bokep Jepang Jav Bokep jilbab Bokep Indonesia Terbaru Bokep Indonesia Viral BOKEP INDONESIA BOKEP INDO GOBET SLOT GOBET SLOT bokep viral Bokep Indonesia Bokep Indonesia