phetmedia

news reporter tv showrunner

ทล.สกัดจับต่างด้าวชาวเมียนมาร์หลบหนีเข้าเมือง

    เมื่อเวลา 00.30 น.วันที่ 1 กรกฎาคม 2567 โดยการอำนวยการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รอง ผบก.ทล. ,พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ป.ปรท.รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.เอกนิรุจฒิ์ วันสิริภักดิ์ ผกก.1 บก.ทล. , พ.ต.ท.ธัช โพธิ์สุวรรณ รอง ผกก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.นาวิน  คงสว่าง รอง ผกก.1 บก.ทล, พ.ต.ท.วรบดินทร์ เลิศศุภสินสถิต สว.ส.ทล.5 กก.1 บก.ทล พร้อมด้วยชุดจับกุม ได้รับแจ้งว่าจะมีรถโดยสารประจำทางขนแรงงานต่างด้าว โดยเดินทางมาจากกรุงเทพมหานคร มุ่งหน้าออกสู่จังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 117 ผ่านเขตจังหวัดพิจิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้ออกตรวจสอบเส้นทางดังกล่าวตามที่ได้รับแจ้ง ขณะเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่มาถึงบริเวณทางหลวงหมายเลข 117 กิโลเมตรที่ 91 (แยกปลวกสูง) ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร ได้พบรถต้องสงสัยเป็นรถโดยสารประจำทาง ยี่ห้อ VOLVO สีขาวคาดฟ้า หมายเลขทะเบียน 16-8545 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถคันเดียวกันกับที่ได้รับแจ้งขับผ่านมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเห็น จึงได้แสดงตัวและได้ให้สัญญาณรถโดยสารประจำทางคันดังกล่าวหยุด เมื่อรถคันดังกล่าวหยุด เจ้าหน้าที่ตำวจชุดจับกุมจึงได้ แสดงตัวเป็นเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อขอทำการตรวจสอบ

   ต่อมาทราบชื่อผู้ขับขี่คือนายณรงค์ฤทธิ์ บุญมา อายุ 56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 1 ตำบลหินดาด อำเภอห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมาซึ่งเป็นพนักงานขับรถคนที่ 1 และนายนายณรงค์ ดาษดื่น อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ที่ 9 ตำบลอ่างทอง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เป็นพนักงานขับรถคนที่ 2 โดยมีผู้โดยสารมากับรถคันดังกล่าวจำนวน 13 คน เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไม่มีหลักฐานมาแสดงตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เชิญตัวทั้ง 15 คน และรถโดยสารประจำทางคันดังกล่าวมาตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียดอีกครั้งที่ หน่วยบริการประชาชนตำรวจทางหลวงพิจิตร ตำบลบ้านนา อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร

    จากการตรวจสอบพบว่าผู้โดยสารมาเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมาร์ ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้สอบถามคนขับรถคันดังกล่าวได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่าตนได้รับการว่าจ้างจากนายหน้าไม่ทราบชื่อให้ไปรับแรงงานต่างด้าวที่ บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. สาขารังสิต อำเภอคลองหลวงจังหวัดปทุมธานี โดยปลายทางจะให้ไปส่งที่สถานีขนส่งจังหวัดเชียงราย โดยจะได้ค่าหัวรายละ1,300 บาท ต่อหัว และยอมรับว่า ได้กระทำการแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจและจับกุม

   จากนั้นได้สอบถามผู้โดยสารซึ่งเป็นชาวเมียนมาร์ผ่านล่ามแปลภาษาได้ให้การยอมรับว่า ตนเองพร้อมพวก จำนวน 13 คน ได้ลักลอบเดินทางเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติและได้เดินทางเข้ามาหางานทำในกรุงเทพมหานครฯ โดยขาเข้ามาเสียค่าใช้จ่ายคนละ 15,000 บาท แต่ตนเองพร้อมพวกไม่สามารถหางานทำได้จึงได้ลักลอบหนีเดินทางกลับประเทศบ้านเกิดคือประเทศเมียนมาร์ โดยเที่ยวขากลับตนเองพร้อมพวกได้เสียค่าใช้จ่ายต่อคน คนละ 6,500 บาท

    เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาคนขับร่วมกันรู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม และบุคลต่างด้าวที่ถูกจับกุมในข้อหาเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไมได้รับอนุญาต ” และได้ควบคุมตัวทั้งหมดพร้อมของกลาง และบันทึกการจับกุม นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวชิรบารมี ภ.จว.พิจิตร พร้อมกันนี้เจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมได้แจ้งให้เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอำเภอวชิรบารมี จังหวัดพิจิตร และศูนย์ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายประจำสำนักงานอัยการจังหวัดพิจิตรทราบฯ ถึงการจับกุมตัวผู้ต้องหาตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายซึ่งผู้ต้องหารับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิข้างต้นแล้วเบื้องต้นทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ข่าว-ชุลีพร ตาลสุข -PHETMEDIA 081-043 9518 

Bokep Jilbab Viral Bokep Jepang Jav Bokep jilbab Bokep Indonesia Terbaru Bokep Indonesia Viral BOKEP INDONESIA BOKEP INDO GOBET SLOT GOBET SLOT bokep viral Bokep Indonesia Bokep Indonesia